ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3815 (3015)
เปิดช่องธุรกิจ"นำเข้า"ต่างด้าวถูกกม. ลั่นอีก2ปีแรงงานเถื่อนหมดประเทศ
กระทรวงแรงงานเตรียมเปิดศูนย์ประสานงานข้อมูลและทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสางปัญหาแรงงานต่างด้าวเถื่อนปลายปี 2549 หลังเสนอกฎหมายเปิดช่องให้ผู้ประกอบการไทยนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบถูกกฎหมาย
พร้อมเปิดอบรมอาสาสมัคร ให้รางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะ แสแรงงานต่างด้าวเถื่อน เชื่อว่าภายในปี
2551 แรงงานต่างด้าวเถื่อนหมดประเทศไทย
นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง รองอธิบดีกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้กำกับดูแลแรงงานต่างด้าว
เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปีนี้รัฐบาลอาจจะเปิดให้มีการต่ออายุการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นปีสุดท้าย
เพราะเมื่อทุกอย่างเข้าสู่ระบบนายจ้างจะต้องนำเข้าแรงงานแบบถูกกฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบไว้เมื่อวันที่
20 ธันวาคม 2548 โดยขณะนี้กระทรวงแรงงานได้เสนอร่างกฎหมายนำเข้าแรงงานต่างด้าวเรียบร้อยแล้ว
เพื่อเปิดช่องให้กับผู้ที่ต้องการใช้แรงงานต่างด้าวในกิจการต่างๆ สามารถนำเข้าแรงงานแบบถูกกฎหมายได้
โดยเปิดให้เฉพาะกรรมกรและคนรับใช้ในบ้าน คาดว่าเมื่อสภาเปิดปลายปี 2548 หรือต้นปี 2549 กฎหมายฉบับนี้ก็จะประกาศใช้ได้อย่างเป็นทางการ
ส่วนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ก็จะมีการกวาดล้างแบบจริงจัง โดยเชื่อว่าภายในปี
2551 แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจะหมดไปจากประเทศไทย
นายพิชัยกล่าวต่อไปว่า ประมาณปลายปี 2549 คาดว่าจะสามารถจัดตั้งศูนย์ประสานงานข้อมูลและทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในรูปแบบของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ
(one stop service) ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตากได้ ดังนั้นแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่เข้าสู่ระบบ
ยังไม่ได้จดทะบียน ยังไม่ได้รายงานตัว สามารถเข้ามาติดต่อที่ศูนย์แห่งนี้ได้
และศูนย์แห่งนี้ยังจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ถูกกวาดจับในช่วงนี้ให้เข้าสู่ระบบ
โดยศูนย์ประสานงานข้อมูลและทะเบียน ประวัติแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจะมีเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคอยให้บริการ
ทั้งกรมจัดหางาน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงสาธารณสุข
ทำหน้าที่ในการรับรายงานตัวและจัดทำประวัติคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ถูกจับกุมดำเนินคดีหรือเข้ามอบตัว
โดยเจ้าหน้าที่จะสอบถามแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ว่าต้องการจะทำงานในประเทศไทยต่อหรือว่าต้องการกลับประเทศ
หากต้องการกลับประเทศก็จะตรวจสอบว่าสามารถกลับได้ไหม
หากส่งกลับได้ก็จะส่งกลับทันที แต่หากต้องการทำงานในประเทศไทยต่อทางศูนย์ก็จะหางานให้ทำ
โดยอาจจะมีการฝึกอาชีพให้ หานายจ้างให้ โดยศูนย์แห่งนี้จะต้องพยายามเคลียร์แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาให้ออกจากศูนย์เร็วที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณ
ซึ่งทางกรมจัดหางานเชื่อว่าขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวที่ตกค้างยังไม่เข้าสู่ระบบอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า
160,000 คน
"นายจ้างที่ต้องการแรงงานต่างด้าวโดยมีโควตาอยู่แล้วก็สามารถมาติดต่อขอรับแรงงานต่างด้าวจากศูนยนี้ได้ แต่จะต้องจ่ายเงินค่าประกันตัวแรงงานต่างด้าวในอัตราคนละ
50,000 บาท ขณะนี้ทุกอย่างได้วางแผนและเตรียมการไว้หมดแล้วรอเพียงคุยในรายละเอียดกับผู้ว่าราชการจังหวัด
โดยงบฯดำเนินการจะใช้งบประมาณประจำปีที่รัฐบาลจัดให้ และเมื่อศูนย์ประสานงานข้อมูลและทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่จังหวัดตากเข้ารูปเข้ารอย
จากนั้นจะเปิดอีก 3 จังหวัด คือ เชียงราย ระนอง และกาญจนบุรี
นี่คือทิศทางการจัดการแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในระยะต่อไป" นายพิชัยกล่าว
รองอธิบดีกรมจัดหางานกล่าวต่อไปว่า นับจากที่กระทรวงแรงงานออกประกาศให้รางวัลนำจับกับผู้แจ้งเบาะแสแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นเงิน
20%ของค่าปรับ (60,000 บาท) ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามามาก
ทำให้มีผู้ที่กล้ากระทำผิดกฎหมายมีน้อยลง ต่อไปกระทรวงแรงงานจึงมีแผนจะจัดอบรมอาสาสมัครรายงานข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยลดจำนวนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง
ในช่วงแรกมีการคาดการณ์กันว่ามีแรงงานต่างด้าวอยู่ในประเทศไทยประมาณ
1.8 ล้านคน กลางปี 2548 จึงได้เปิดให้มีการรายงานตัวเลขความต้องการแรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย
ปรากฏว่ามีนายจ้างมาจดทะเบียนทั้งหมด 248,746 ราย โดยแจ้งว่ามีความต้องการแรงงานต่างด้าวจำนวน
1,598,752 คน มีการพิจารณาอนุญาตให้โควตาจ้างแรงงานต่างด้าวกับนายจ้าง
245,113 ราย จำนวนแรงงานต่างด้าว 1,512,587 ราย
แต่ปรากฏว่าเมื่อเปิดให้มีการจดทะเบียนจริงๆ แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่มายื่นขอจดทะเบียนกลับมีจำนวนเพียง
1,284,920 ราย ซึ่งตัวเลขไม่สูงมากนัก
ทางรัฐบาลจึงไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่เหลืออยู่ใต้ดินอีกหรือไม่ ในปีนี้จึงเปิดให้มีการนิรโทษกรรมให้กับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
นั่นหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เคยจดทะเบียนหรือไม่ สามารถมารายงานตัวได้ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของนายจ้าง
โดยธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานต่างด้าวมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ เกษตร ก่อสร้าง คนรับใช้ในบ้าน ประมงต่อเนื่อง ประมงทะเล ส่วนพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนมากที่สุด
คือ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร เชียงใหม่ ตาก ฯลฯ
นายพิชัยกล่าวต่อไปอีกว่า ยอดคนที่เคยจดทะเบียนมีอยู่
900,000 กว่าคน ปีนี้มาต่ออายุเพียง 740,000 คน
ยังไม่มาอีก 160,000 คน คณะทำงานด้านแรงงานต่างด้าวจึงมานั่งคิดกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป
เพราะหากแก้ปัญหาทีละจุดก็ไม่จบ ก็ต้องเปิดให้มีการต่อทะเบียนอย่างนี้ทุกปี ปีนี้คณะรัฐมนตรีขยายเวลาการจดทะเบียนไปจนถึงวันที่
30 สิงหาคม 2549
แรงงานกลุ่มนี้เมื่อทำงานครบ 2 ปีมีการพิสูจน์สัญชาติต่างๆ
แล้วก็จะกลายเป็นแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย หลังจากที่ไทยได้เซ็น MOU กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว เขมร พม่า เพื่อประสานความร่วมมือในเรื่องของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้เป็นแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายก็ได้มีการพิสูจน์สัญชาติกันไปแล้วส่วนหนึ่ง
และในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้แจ้งความจำนงกับลาว กัมพูชาว่าต้องการแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย
40,000 กว่าคน แต่ปรากฏว่ามีการส่งแรงงานต่างด้าวเข้ามาเพียง
1,000 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
ปีหน้าเมื่อกฎหมายนำเข้าแรงงานต่างด้าวผ่านสภาฯแล้ว ผู้ประกอบการไทยก็สามารถจะนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบถูกกฎหมายได้
โดยติดต่อผ่านบริษัทในประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ส่วนช่วงเริ่มต้นนายจ้างอาจจะใช้กฎหมายแพ่งในการนำเข้าแรงงาน
นั่นคือหากต้องการใช้แรงงานต่างด้าวก็แต่งตั้งบุคคลหรือบริษัทให้จัดหาแรงงานต่างด้าวให้
เพราะขณะนี้รัฐบาลเปิดช่องทางให้แล้ว
นายพิชัยกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับความเป็นห่วงที่ว่าแรงงานต่างด้าวจะมาแย่งงานของคนไทยนั้น
ตรงนี้ได้มีการคุยกันระดับหนึ่ง เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ระบบก็จะมีการให้โควตาแรงงานต่างด้าวควบคุมยอดแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในแต่ละอุตสาหกรรม
แต่หากปีไหนที่เศรษฐกิจไม่ดี มีคนตกงานเยอะ รัฐบาลก็จะให้โควตาแรงงานต่างด้าวน้อย หากปีไหนเศรษฐกิจดี
ขาดแคลนแรงงานมากก็จะเพิ่มโควตาให้