|
เรื่องของแรงงานข้ามชาติ ที่สมุทรสาคร นามสมมุติ นายกอ อายุ 30 ปี ชาวพม่า เป็นแรงงานที่ไม่มีบัตรประจำตัวแรงงานและบัตรประกันสุขภาพ
นายกอได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2550 เดินทางเข้ามาเองทางด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง
เมื่อมาถึงประเทศไทย นายหน้าแจ้งว่าจะพาไปทำงานที่โรงงานน้ำแข็งที่สมุทรสงคราม โดยรับเงินเดือนๆละ 5,000 บาท แต่กลับถูกขายไปลงเรือ
หาปลาที่อินโดนีเซีย มีลูกเรือประมาณ 30 คน เป็นพม่าและมอญทั้งหมด (คนไทยเป็นคนคุมเรือ) ทำหน้าที่ล้างปลาและใส่ปลาในช่องแช่แข็ง รวมทั้ง
คว้านปลา และนายจ้างทำ Fishermen Book ปลอมให้ หลังจากทำงานประมาณ 2 เดือน แต่ไม่ได้รับเงินเลย จึงโดดหนีจากเรือ และไปสมัครงานที่เรือ
ประมงของอินโดนีเซียได้ประมาณ 2 เดือน และได้รับเงินมาปะมาณ 20,000 รูเปีย แต่ถูกตำรวจอินโดนีเซียจับกุมและส่งตัวให้กรมเจ้าท่าของไทยเพื่อ
ฝากตัวมากับเรือประมงมาลงที่สะพานปลาสมุทรสาคร
เมื่อมาถึงสมุทรสาคร มีเพื่อนสองคนพาไปที่บ้านผู้จัดการ และชวนให้ไปแบกปลาลงล็อกจะจ่ายค่าแรงวันละ 200 บาทและได้ไปหาปลาบริเวณจังหวัด
เพชรบุรี ทำงานสักระยะรู้สึกว่าไม่ถนัดงานลงอวน และบังเอิญทำทุ่นหล่นลงทะเล แต่ไปเก็บกลับมาไม่ไหว
เมื่อเข้าฝั่งจึงขอหยุดงานและขอเบิกเงิน
แต่ได้รับเงินเพียง3,500 บาท (รวมเวลาทำงาน 55 วัน) ที่เหลือถูกผู้จัดการริบไป ตนจึงหมดหวังและเดินไปบริเวณวัดตึก
เพื่อให้ตำรวจจับกุมแต่ไป
พบตำรวจจราจรที่ไม่จับตน หลังจากนั้นไปพบชายคนหนึ่งอยู่แถวซอยวิลล่า 12 ซึ่งรู้จักกับแรงงานชาวทะวาย
จึงชวนไปทำงานที่ร้านขายเฟอร์นิเจอร
(ตรงข้ามกับห้างโลตัส สมุทรสาคร)
์
เมื่อมาทำงานที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ได้รับค่าแรงวันละ 200 บาท โดยรับเงินทุกวันที่ 2 และ 18 ของเดือน ทำหน้าที่ช่วยงานทั่วไปภายในร้าน
ซึ่งนายจ้าง
จัดรถรับส่งแรงงานจากที่พักที่วิลล่ามาที่ทำงาน ทั้งนี้ นายจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้ 500 บาทก่อนวันที่ 18 ของเดือน ทั้งนี้ มีแรงงานผิดกฎหมาย
ในที่ทำงานรวม 15 คน)
ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2550 ช่วงเย็น(ก่อนจะรับเงินเดือน) นายจ้างสั่งให้ขึ้นหลังคาโกดังร้านเพื่อรื้อกระเบื้องเก่าออกแล้วปูใหม่ ซึ่งในบริเวณเดียว
กันก็จ้างผู้รับเหมาทำร้านสำหรับเดินสูง 6 เมตรอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่ได้นำเครื่องมือของผู้รับเหมามาใช้ นายรุ่งและเพื่อนรวม 3 คน
จึงนำไม้กระดาน
มาวางเพื่อเดิน แต่กลับวางลงบนกระเบื้อง ทำให้ไม้หักและนายรุ่งตกลงมาบนพื้นกระเบื้อง โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัวด้านซ้าย โคนขา
ขวา และ
เลือดไหลทางปาก ขณะนั้นเถ้าแก่ไม่อยู่ เดิมเพื่อนคนงานไทยบอกว่านำส่งโรงพยาบาลไม่ได้ เพราะเป็นแรงงานไม่มีบัตรอนุญาตทำงาน แต่เพื่อน
แรงงานชาวพม่าไม่ยอม หลังจากนั้นเสมียนและคนขับรถของร้านจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร
หลังจากเข้าโรงพยาบาล วันแรกนายจ้างมาเยี่ยมและจ่ายเงินเป็นค่าผ่าตัดจำนวน 5,000 บาท และวันที่สองนายจ้าง เสมียนกับเพื่อน
แรงงานสอง
คนมาเยี่ยม และแจ้งว่าจะมาเยี่ยมอีก แต่ก็ไม่มีใครมาเยี่ยมอีกซึ่งคนส่งอาหารกำชับไม่ให้เล่าเรื่องของตนและแจ้งข้อมูลนายจ้างกับใคร เนื่องจากที่
ทำงานเคยมีปัญหาถูกไฟไหม้และมีปัญหากับผู้รับเหมา รวมถึงตัวแรงงานเคยถูกจับกุมมาก่อน รวมระยะเวลารักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1เดือน
ต่อมาแพทย์เจ้าของไข้เห็นว่าไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมอีกและเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงให้กลับ (ตลอดเวลาแพทย์พูดคุยกับแรงงาน
โดยไม่ใช้ล่ามแปล
ภาษาของโรงพยาบาล)แต่ตนยังไม่อยากออกจากโรงพยาบาล หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีตำรวจมาหาพบ ตำรวจเห็นว่าอาการยังดีนัก
และขอหมายเลข
โทรศัพท์ แต่ตนให้หมายเลขโทรศัพท์ที่ประเทศพม่าและหมายเลขของคนรู้จักที่อยู่ที่วิลล่า ตำรวจจึงให้รถนำตัวมาส่งที่วิลล่า
ปัจจุบัน นายกออาศัยในห้องเช่าของคนอื่น ยังไม่สามารถนั่งได้ แต่พูดคุยได้เป็นปกติ มีอาการเจ็บที่โคนขาขวาอยู่ สามารถยกได้ แต่ชาและไร้ความ
ความรู้สึก เจ้าหน้าที่ลองตีดู ก็ไม่เจ็บ รวมทั้งยังต้องอาศัยท่อในการถ่ายปัสสาวะ ทั้งนี้ โรงพยาบาลจ่ายยาแก้ปวดและบำรุงมาให้รวมสองห่อ
( ฉลากยา
ระบุชื่อนายกอศัลยกระดูก) รวมทั้งยังเก็บกางเกงผู้ป่วยของโรงพยาบาลไว้
วัตถุประสงค์
ต้องการเดินทางกลับประเทศพม่า โดยปัจจุบันญาติและภรรยาที่พม่ายังไม่ทราบข่าว แต่ต้องการจะให้ภรรยาเป็นผู้ดูแล ส่วนค่าเสียหายไม่ติดใจ
การดำเนินการและรายละเอียดที่ให้คำปรึกษา
เจ้าหน้าที่แนะนำให้รักษาตัวในประเทศไทยจนกว่าอาการจะดีขึ้น ซึ่งแนะนำว่ากรณีประสบอุบัติเหตุจากการทำงานสามารถ
ขอรับเงินจากกองทุน
เงินทดแทนได้ แม้จะเป็นแรงงานไม่มีบัตรอนุญาตทำงานก็ตาม
ปัญหา/อุปสรรค
แรงงานไม่มีเอกสารทางทะเบียน โดยเฉพาะหนังสือรับรองแพทย์ที่จะนำไปใช้ประกอบการขอรับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายจึงนัดหมายจะนำตัวไป ที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อเนื่องและขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง
กรณีช่วยเหลือต่อเนื่อง
วันที่ 23 สิงหาคม 2550 เวลาประมาณ 16.00 น. พานาย กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร แต่แพทย์เจ้าของไข้ออกเวรแล้วทำให้
ยังไม่
ทราบชื่อ จึงขอให้ตรวจทั่วไป ซึ่งแพทย์สั่งให้เปลี่ยนถุงปัสสาวะซึ่งใช้มานานจนตะกอนเกาะและอาจติดเชื้อจนเป็นอันตรายได้ ซึ่งอาการดีขึ้นเป็นลำดับ โดยสามารถนั่งได้และเดินได้พอสมควร แต่ยังมีอาการเจ็บที่หลังมาก
|
|